The Illusion of Peace
🔹 ภาพรวมตลาดการเงินทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ในเดือน เม.ย. นำโดยตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากธีม AI นอกจากนี้ BTC ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นเช่นกัน ตามทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ที่แม้จะมีแนวโน้มผ่อนคลายลง แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่
INDEGO Monthly Outlook
May 2026
“The Illusion of Peace”
🔹 ภาพรวมตลาดการเงินทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ในเดือน เม.ย. นำโดยตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากธีม AI นอกจากนี้ BTC ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นเช่นกัน ตามทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ที่แม้จะมีแนวโน้มผ่อนคลายลง แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่
🔹 ตลาดการเงินทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทยอยผ่อนคลายลง ส่งผลให้ราคาพลังงานเริ่มปรับตัวลดลงจากระดับสูง ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงกลับมาได้รับแรงหนุนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ Energy Shock ที่เกิดขึ้นได้สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างพลังงานโลกจากการพึ่งพาแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งเพียงไม่กี่จุด โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายประเทศเริ่มเร่งปรับโครงสร้าง Supply Chain พลังงาน ผ่านการกระจายแหล่งนำเข้า การเพิ่มบทบาทของ LNG และการลงทุนในพลังงานทางเลือกมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวกำลังกลายเป็น Mega Trend สำคัญที่เปลี่ยนผ่านโลกจาก Energy Efficiency ไปสู่ Energy Security ในระยะถัดไป
🔹 สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน ที่แม้จะมีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นไปแล้วได้สร้าง Energy shock ซึ่งเกิดเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงาน หากเปรียบเทียบระดับของกำไรระหว่างช่วงก่อนสงคราม และหลังสงครามมีการประกาศใช้มาตรการหยุดยิง กลุ่มพลังงานมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 49% เราจึงมองว่า กลุ่มพลังงานนั้นมีความน่าสนใจในการเข้าไปเก็งกำไรหรือเพื่อการ Hedge พอร์ตการลงทุน
🔹 อุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนผ่านสำคัญด้วยแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเองและแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ที่มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “AI+” เพื่อบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่อุตสาหกรรมพร้อมเร่งสร้างบุคลากร AI อีก 1 ล้านคนภายในปี 2030 ขณะเดียวกันการมาถึงของ OpenClaw ได้ยกระดับความสามารถของเทคโนโลยีจากการเป็นเพียงผู้ช่วยโต้ตอบ สู่การเป็นผู้ปฏิบัติงาน (AI Executor) ที่สามารถจัดการและทำงานแทนมนุษย์ได้จริง ซึ่งกระตุ้นอุปสงค์ AI Tokens ทั่วโลกอย่างก้าวกระโดด แม้โมเดลจีนจะยังตามหลังสหรัฐฯ ด้านความสามารถสูงสุด แต่ด้วยความได้เปรียบด้านต้นทุน (Unit Economics) ที่เหนือกว่า จึงกลายเป็นทางเลือกที่ดึงดูดนักพัฒนาและมียอดการใช้งานพุ่งสูงบนแพลตฟอร์มอย่าง OpenRouter อีกทั้งมาตรการกีดกันด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ยังเป็นตัวเร่งให้จีนต้องเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างทั้งหมดนี้ผลักดันให้กลุ่มเทคโนโลยีจีนเป็นธีมการลงทุนระยะยาวที่มีศักยภาพและน่าจับตา
🔹 หากพิจารณาในมุมของนโยบายทางการเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเลือกคงอัตราดอกเบี้ยต่อในเดือน เม.ย. เพื่อรอประเมินผลกระทบจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ขณะที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยด้วยเสียงที่แตกต่าง โดยเฉพาะ 3 เสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จึงส่งผลให้ตลาดปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ ทั้งนี้ ภาพรวมแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยกเว้นญี่ปุ่น ยังคงอยู่ในทิศทางขาลงตามแรงกดดันเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
🔹 เกาหลีใต้และบราซิลเป็นสองประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่มีความน่าสนใจ เริ่มจากทางเกาหลีใต้ที่ดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยบริษัท Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งที่ผ่านมามีความกังวลว่าบริษัททั้งสองอาจขาดแคลนก๊าซฮีเลียมจากผลกระทบของสงคราม อย่างไรก็ดี เรามองว่าผลกระทบนั้นค่อนข้างจำกัดเนื่องจากสองบริษัทนี้ได้เริ่มนำเข้าก๊าซฮีเลียมจากแหล่งอื่นเพื่อมาทดแทนส่วนดังกล่าวได้ นอกจากนี้ การเติบโตของทั้งสองบริษัทและดัชนี KOSPI ในภาพรวมถูกปรับประมาณการ EPS เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมกับมี Valuation ในระดับต่ำ ด้านประเทศบราซิลนั้นได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาลง รวมถึงโครงสร้างตลาดหุ้นที่พึ่งพาภายในประเทศ ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเติบโตจากความต้องการแร่หายากที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว และหากพิจารณาภาพรวมของตลาดเกิดใหม่ผ่าน EPS ที่เริ่มมีความน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงระดับ PEG อยู่ในระดับที่น่าลงทุน
🔹 เดือน เม.ย. มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อตลาดหุ้นเวียดนาม หลัง FTSE Russell ยืนยันการจัดประเภทใหม่ของเวียดนามจากสถานะ Frontier Market เป็น Emerging Market แล้ว ซึ่งเพิ่มความคาดหวังว่า จะมีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศอีก โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าตลาดหุ้นเวียดนามอาจดึงดูดเงินทุนแบบ Passive ได้ประมาณ 1.5-1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และแบบ Active อาจไหลเข้าถึงประมาณ 8-11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะถัดไป เวียดนามได้ตั้งเป้ายกระดับอันดับความน่าเชื่อถือสู่ Investment Grade ภายในปี 2030 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว เนื่องจากสถานะดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการระดมทุน เปิดทางให้นักลงทุนสถาบันต่างชาติเข้าถึงสินทรัพย์เวียดนามได้มากขึ้น และสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
🔹 อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้หลายสินทรัพย์เกิดความผันผวน สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง-ยาว เราแนะนำให้ทยอยสะสมอย่างระมัดระวังในธีมที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายความมั่นคงและการพึ่งพาตนเอง รวมถึงกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับกลยุทธ์การเก็งกำไร แนะนำแบ่งขายทำกำไรในกลุ่มที่ขึ้นมาร้อนแรงและเข้าเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มธีมพลังงานเพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มความต้องการและราคาพลังงานที่สูงขึ้นและเก็งกำไรในกลุ่ม Software และ Cloud ที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวหลังการประกาศผลประกอบการ
อ่านฉบับเต็มคลิก : https://www.indegowealth.com/wp-content/uploads/2026/05/Monthly-Outlook-May-2026.pdf
INDEGO
Independence for Global Opportunities
#ยืนหนึ่งเรื่องกองทุนต้อง INDEGO
#รู้ลึกรู้จริง วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
#ให้คำปรึกษาที่เป็นกลางที่สุด
✅ สำหรับผู้สนใจลงทุนผ่านบริการของ INDEGO สามารถติดต่อลงทุนและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Website: https://indegowealth.com
📧 อีเมล [email protected]
📞 โทร: 02-233-9995
🗓 ทุกวันทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.
