The Capital Blueprint of the Industrial Renaissance
🔹 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 ต่อเนื่องมาจนถึงครึ่งปีแรก เราได้เห็นสถานการณ์การเมืองและการค้าโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ทางสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารไปบุกจับตัวผู้นำเวเนซูเอลาเพื่อเป้าหมายในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองสำคัญ จากนั้นเราก็ได้เห็นการแข่งขันและการกีดกันการค้า ทรัพยากร รวมถึงเทคโนโลยีสำคัญ นำโดยสหรัฐฯ กับจีนที่ยังดำเนินไปต่อเนื่อง ตลอดจนสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่นำมาสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางคอขวดสำคัญในการลำเลียงพลังงานและสินค้าสำคัญของโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตทั่วโลก ภาพทั้งหมดสะท้อนถึงแนวโน้มที่โลกของเราจะยังคงมีการแบ่งขั้วกันมากขึ้นต่อไปและจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนของโลก ซึ่งบีบให้แทบทุกประเทศต้องมุ่งเน้นนโยบายด้านความมั่นคงของชาติและการพึ่งพาตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกิดการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศและนำไปสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหญ่เพื่อแย่งชิงทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ รวมไปถึงการกระจายความเสี่ยงผ่านการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นของธนาคารกลางและนักลงทุน
INDEGO Mid-year Outlook 2026
“The Capital Blueprint of the Industrial Renaissance”
🔹 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 ต่อเนื่องมาจนถึงครึ่งปีแรก เราได้เห็นสถานการณ์การเมืองและการค้าโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ทางสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารไปบุกจับตัวผู้นำเวเนซูเอลาเพื่อเป้าหมายในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองสำคัญ จากนั้นเราก็ได้เห็นการแข่งขันและการกีดกันการค้า ทรัพยากร รวมถึงเทคโนโลยีสำคัญ นำโดยสหรัฐฯ กับจีนที่ยังดำเนินไปต่อเนื่อง ตลอดจนสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่นำมาสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางคอขวดสำคัญในการลำเลียงพลังงานและสินค้าสำคัญของโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตทั่วโลก ภาพทั้งหมดสะท้อนถึงแนวโน้มที่โลกของเราจะยังคงมีการแบ่งขั้วกันมากขึ้นต่อไปและจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนของโลก ซึ่งบีบให้แทบทุกประเทศต้องมุ่งเน้นนโยบายด้านความมั่นคงของชาติและการพึ่งพาตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกิดการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศและนำไปสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหญ่เพื่อแย่งชิงทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ รวมไปถึงการกระจายความเสี่ยงผ่านการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นของธนาคารกลางและนักลงทุน
🔹 นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นตัวแปรสำคัญในด้านการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนแล้ว การเติบโตและพัฒนาการของ AI ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเติบโตและเป็นกระแสหลักที่ทำให้เกิดการลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่อย่างก้าวกระโดด ภาพดังกล่าวเปรียบเสมือนยุคทองของการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กลับมาเฟื่องฟูกันอีกครั้ง เกิดการเร่งการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานของ AI ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เหมืองแร่โลหะสำคัญและหายาก แหล่งพลังงาน โรงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้าและข้อมูล แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ ดาตาเซ็นเตอร์ ตลอดจนแพลตฟอร์ม AI ต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน AI ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังจากการเร่งใช้งาน Agentic AI ที่มากขึ้น ทำให้ฝั่งผู้ให้บริการไม่สามารถที่จะรองรับความต้องการได้ทัน การเร่งผลิตและลงทุนจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเหตุผลที่เราได้เห็นปัญหาคอขวดในหลายภาคอุตสาหกรรมและนำมาซึ่งโอกาสในการลงทุนในกลุ่มห่วงโซ่อุปทาน AI ภายใต้แนวคิดที่ว่า “the new expense is our profit” โดยภาวะดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำหลายประเภทได้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่ประกอบไปด้วยธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยีต้นน้ำและกลางน้ำ ตลอดจนกลุ่มทรัพยากรและพลังงานที่สำคัญในสัดส่วนที่มาก
🔹 หากจะเรียกว่าภาวะดังกล่าว คือยุคของ “ภาคการผลิต” กลับมาโดดเด่นกว่ายุคของ “ภาคการบริโภค” ก็คงจะไม่ผิดนัก ซึ่งเป็นวัฏจักรที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก ซึ่งในรอบนี้คือ AI โดยการลงทุนทั้งของเอกชนและรัฐบาลจึงกลับมาเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในด้านเทคโนโลยีที่โดดเด่นและเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งสะท้อนออกมาชัดเจนแล้วทั้งตัวเลข GDP และกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยหนึ่งในประเทศที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ จีนที่แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทายแบบ K-Shaped โดยภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวลง แต่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงฝั่ง Hardware และพลังงานสะอาดก็ก้าวขึ้นมาเป็นกลไกหลักในการเติบโตสอดคล้องกับ GDP ที่มีสัดส่วนของกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานยุคใหม่เริ่มแซงหน้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจยุคเก่า
🔹 ตัวแปรสำคัญอีกเรื่องที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ “เงินเฟ้อ” ที่รอบนี้มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาจากแรงส่งของการแบ่งขั้วของโลกที่มากขึ้นซึ่งนำมาซึ่งการกีดกันทรัพยากร และการส่งเสริมนโยบายด้านความมั่นคงและการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วยเหตุนี้ การจัดพอร์ตการลงทุนในรูปแบบดั้งเดิมที่เน้นแค่หุ้นและตราสารหนี้จึงอาจไม่ตอบโจทย์ในภาวะที่เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจไต่ระดับไปถึงช่วง 3-4% ต่อปี เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อ เช่น กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ และโครงสร้างพื้นฐาน ให้มีน้ำหนักเพียงพอในพอร์ตการลงทุน หรือ จัดพอร์ตด้วยกองทุนประเภท Multi-Asset ที่มีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์ในภาวะเงินเฟ้อ
🔹 สำหรับความเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องคอยจับตาในครึ่งปีหลังคือการระดมทุน IPO ของเหล่าบริษัทกลุ่ม AI และ Space ขนาดใหญ่ การชะลอตัวอย่างกะทันหันในอุปสงค์การลงทุนและการใช้งาน AI (AI Overcapacity) อัตราการว่างงานและประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อจุดคอขวดสำคัญที่อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เช่น ช่องแคบมะละกา หรือ ไต้หวัน ซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รวมไปถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่อาจกลับมาสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินและเศรษฐกิจ
🔹 ด้านเศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายเชิงโครงสร้าง แต่เริ่มได้ปัจจัยบวกจากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI และการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายภาครัฐ ก็น่าจะทำให้หุ้นไทยโดยเฉพาะหุ้นปันผลและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI ยังคงมีความน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ระยะยาว
🔹 สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลังของปี 2026 เรายังคงเน้นให้ลงทุนในธีมห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐาน AI กลุ่มพลังงาน กลุ่มวัสดุทรัพยากร และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ และนโยบายด้านความมั่นคงและการพึ่งพาตัวเอง โดย “ภาคการผลิต” ยังคงโดดเด่น ขณะที่ “ภาคการบริโภค” ยังเน้นเลือกกลุ่มแพลตฟอร์มที่เป็นเจ้าตลาดที่มีการเติบโตที่ดีแต่ระดับราคาปรับฐานลงมาหนัก ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว จึงควรเน้นลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ และโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นเป็นสัดส่วนสำคัญในพอร์ต ขณะที่ตราสารหนี้ควรเน้นที่ระยะสั้น-กลาง มากกว่าระยะยาว และตราสารหนี้ต่างประเทศยังคงมีความน่าสนใจกว่าในประเทศจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ด้วยการสร้างสมดุลของสัดส่วนพอร์ตการลงทุนให้เตรียมพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงกว่าเฉลี่ยให้เพียงพอและแบ่งเงินสดสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นและการเข้าลงทุนเมื่อตลาดอ่อนตัว และปรับฐานจะเป็นกลยุทธ์ที่สร้างโอกาสและช่วยบริหารความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลังได้เป็นอย่างดี
อ่านฉบับเต็มคลิก: https://www.indegowealth.com/wp-content/uploads/2026/06/Monthly-Outlook-Mid-Year-2026.pdf
INDEGO
Independence for Global Opportunities
#ยืนหนึ่งเรื่องกองทุนต้อง INDEGO
#รู้ลึกรู้จริง วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
#ให้คำปรึกษาที่เป็นกลางที่สุด
✅ สำหรับผู้สนใจลงทุนผ่านบริการของ INDEGO สามารถติดต่อลงทุนและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Website: https://indegowealth.com
📧 อีเมล [email protected]
📞 โทร: 02-233-9995
🗓 ทุกวันทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.
